On Camera

On Test : SONY a6400

กล้อง Mirrorless ที่ใช้เซ็นเซอร์ภาพขนาด APS-C ตัวใหม่ล่าสุดจากโซนี่ เป็นกล้องที่เน้นความเร็วในการทำงานโดยเฉพาะการหาโฟกัสที่เร็วที่สุดในโลก พร้อมนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในรุ่นสูงกว่ามาใช้ทั้ง Real-time Eye AF และ Real-time Tracking รูปแบบตัวกล้องยังคงมาในสไตล์เดิมของกล้องในซีรี่ส์นี้ที่เน้นความเบา กะทัดรัด แต่เปี่ยมประสิทธิภาพทั้งในการถ่ายภาพนิ่งและบันทึกวิดีโอที่ออกแบบมาตอบสนองความต้องการของเหล่า Vlogger รวมถึงประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ก็ดีเยี่ยมรองรับการใช้งานของช่างภาพมืออาชีพ เป็นกล้องที่ประสิทธิภาพนั้น “ใหญ่” เกินตัวและราคามากทีเดียว

บอดี้โลหะแข็งแกร่ง น้ำหนักเบา พร้อมซีลป้องกันฝุ่นและความชื้น

โครงสร้างตัวกล้องด้านหน้าและด้านบนเป็นโลหะแมกนีเซียมอัลลอยที่มีความแข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักที่เบาช่วยให้การพกพาสะดวก นอกจากนี้ปุ่มและแป้นปรับต่างๆ รวมทั้งบานพับต่างๆ บนตัวกล้องยังได้รับการซีลเพื่อป้องกันฝุ่นและความชื้นอย่างดีเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ

จอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3.0 นิ้วปรับพลิกขี้นได้ 180 องศา

จอมอนิเตอร์ LCD มีขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 921,600 จุด เป็นจอแบบทัชสกรัน สามารถทัชเพื่อเลือกจุดโฟกัสได้และรองรับการลากนิ้วเพื่อเลือกจุด AF เมื่อใช้ช่องมองภาพได้ (Touch Pad) รวมถึงการใช้ Touch shutter ตัวจอ LCD สามารถปรับพลิกขึ้นได้ 180 องศาเพื่อการเซลฟี่ได้สะดวกและปรับลงได้ 74 องศา เพื่อความสะดวกในการถ่ายภาพมุมต่ำและการทำ VLOG

ช่องมองภาพ XGA OLED Tru-Finder

a6400 มีช่องมองภาพมาให้ในตัวเป็นช่องมองภาพ EVF แบบคอนทราสต์สูงให้การมองภาพที่คมชัดสบายตาแม้ในที่แสงน้อยและยังให้การมองภาพเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวลทั้งการ Tracking และบันทึกวิดีโอ โดยมีความละเอียดสูงมากถึง 2,359,296 จุด มีอัตราขยาย 1.07x ปรับแก้สายตา -4.0 ถึง +3.0

ชุดชัตเตอร์มีความทนทานถึง 200,000 ครั้ง

ชุดชัตเตอร์กลไกของ a6400 ได้รับการออกแบบให้มีการสั่นสะเทือนน้อยแต่ตอบสนองไวและมีความทนทานรองรับการใช้งานมากถึง 200,000 ครั้ง ปรับความเร็วได้จาก 1/4000-30 วินาที

มีแฟลชในตัวพร้อมฮอทชูสำหรับแฟลชภายนอก

a6400 มีแฟลชขนาดเล็กในตัวมาให้มีค่าไกด์นัมเบอร์ 6 (ISO100/เมตร) พร้อมฮอทชูแฟลชสำหรับใช้ร่วมกับแฟลชภายนอกเมื่อต้องการแฟลชที่มีกำลังแรงขึ้น

ปุ่ม AF/MF และ AEL

a6400 มีปุ่ม AF/MF ให้เลือกปรับโหมดการโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว หรือจะใช้เป็นปุ่ม AEL ก็ได้เพียงแค่เลื่อนแกนผลักเท่านั้น เป็นการออกแบบสำหรับการบันทึกวิดีโอหรือในกรณีที่ต้องการโฟกัสเอง สามารถเปลี่ยนการโฟกัสเป็น MF ได้ทันทีและรวดเร็ว

รองรับแหล่งพลังงานผ่าน USB

a6400 สามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB และรองรับแหล่งพลังงานอื่นๆ เช่นจาก Power bank ผ่านพอร์ต USB นี้ได้

ช่องเชื่อมต่อต่างๆ มีครบถ้วนใช้งานง่าย

นอกจากช่องพอร์ต USB แล้ว a6400 ยังมีช่องเชื่อมต่ออื่นๆ มาให้ครบทั้ง HDMI แบบไมโคร แจ๊ค และช่องต่อไมโครโฟนภายนอกเพื่อการบันทึกเสียงที่ชัดเจนและมีคุณภาพเสียงดียิ่งขึ้นสำหรับการบันทึกวิดีโอเพียงแค่เปิดฝาปิดข้างบอดี้ที่เปิดใช้ง่ายมากและปิดได้อย่างแน่นหนา

เซ็นเซอร์ภาพ APS-C Exmor CMOS 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมระบบประมวลผล BIONZ X  

a6400 ใช้เซ็นเซอร์ภาพ APS-C Exmor CMOS ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล (Effective) โดยใช้การส่งสัญญาณแบบ Copper wiring ส่งสัญญาณได้เร็วกว่าและเสริมประสิทธิภาพของวงจรประมวลผล ส่งผลให้การรับแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำงานร่วมกับ Front-end LSI ที่สนับสนุนการทำงานของระบบประมวลผลใหม่ BIONZ X ช่วยให้การประมวลผลมีความเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 1.8 เท่า สามารถปรับความไวแสงปรับได้จาก ISO 100-32000 และขยายได้สูงสุดถึง ISO 102400 (ภาพนิ่ง)

ระบบประมวลผลที่ใช้เป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ BIONZ X และใช้ algorithm ที่ได้รับมาจากที่ใช้ในกล้องขนาดฟูลเฟรม เพื่อให้การถ่ายทอดสีผิวที่สมจริงเป็นธรรมชาติ และยังประมวลผลได้เร็วรวมทั้งลดการเกิดสัญญาณรบกวนหรือ Noise ให้มีต่ำที่สุดแม้จะใช้งานที่ความไวแสงสูง

ไฟล์ RAW ของ a6400 เป็นไฟล์ RAW ที่ให้คุณภาพที่สูงกว่าด้วยการประมวลผลที่ 16-bit และเอาท์พุทเป็นไฟล์ RAW 14-bit โดยผ่านการทำงานของ Front-end LSI ความเร็วสูงทำงานร่วมกับเอนจิ้นประมวลผล BIONZ X จึงให้คุณภาพโดยรวมของไฟล์ภาพที่สูงกว่าโดยเฉพาะกับการไล่ระดับโทนที่ทำได้นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ

ระบบ AF ที่รวดเร็วที่สุดในโลกเพียง 0.02 วินาทีเท่านั้น

a6400 ใช้เซ็นเซอร์ AF ที่ได้รับมาจากกล้องขนาดฟูลเฟรม เป็นระบบ AF แบบ Fast Hybrid AF ที่เป็นการทำงานร่วมกันของระบบหา AF แบบเฟสดีเทคชั่นและแบบตรวจหาคอนทราสต์ โดยมีจำนวนจุดหา AF แบบเฟสดีเทคชั่น (Phase-detection) และแบบตรวจหาคอนทราสต์ (Contrast-detection) อย่างละ 425 จุด หนาแน่นและครอบคลุมพื้นที่มากถึง 84% ช่วยให้สามารถจับโฟกัสได้เกือบทั่วทั้งเฟรมภาพ และยังสามารถจับโฟกัสได้เร็วที่สุดในโลก (ในตอนนี้) ด้วยการทำงานในแบบ 4D FOCUS โดยใช้เวลาเพียง 0.02 วินาทีเท่านั้น ช่วยให้การถ่ายภาพการเคลื่อนไหวที่มีความรวดเร็วได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะอยู่บริเวณไฟนของเฟรมภาพหรือมีการเคลื่อนที่แบบไม่มีทิศทางที่แน่นอน

Real-time Eye AF จับโฟกัสที่ดวงตาได้อย่างแม่นยำ

จุดเด่นของ a6400 คือ Real-time Eye AF ที่สามารถจับโฟกัสที่ดวงตาได้แม่นยำในแบบ Real-time โดยระบบจะจดจำดวงตาให้โดยอัตโนมัติและโฟกัสที่ดวงตานั้นเมื่อกดปุ่มชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งช่วยให้สามารถโฟกัสที่ดวงตาในภาพบุคคลได้อย่างแม่นยำตลอดเวลาแม้จะมีบางส่วนของใบหน้าถูกบดบัง หรือเป็นการถ่ายภาพย้อนแสง หรือแม้แต่ก้มหน้าหรือมองไปทางอื่นโดยไม่จำเป็นจะต้องมองมาที่กล้อง และเมื่อใช้การหา AF แบบ AF-C ระบบจะสามารถ Tracking หรือโฟกัสติดตามที่ดวงตาได้ตลอดเวลาแม้ว่าจะมีการเคลื่อนไหว ช่วยให้มีอิสระในการจัดองค์ประกอบภาพโดยไม่ต้องกังวลกับการโฟกัส นอกจากนี้ยังสามารถที่จะเลือกให้กล้องจับโฟกัสที่ดวงตาขางซ้ายหรือขวาหรือแบบออโต้ก็ได้

Real-time Tracking จับโฟกัสไม่พลาดทุกช็อต

a6400 มาพร้อมกับระบบ Real-time Tracking ที่สามารถโฟกัสติดตามวัตถุเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำตลอดเวลาโดยใช้ Subject recognition algorithm ใหม่ที่สามารถจดจำและโฟกัสติดตามได้ตลอดเวลาโดยใช้ข้อมูลของสี รูปแบบ ระยะห่างของวัตถุและข้อมูลของใบหน้าและดวงตาจากระบบ AI ไม่ว่าวัตถุนั้นจะเคลื่อนที่เร็วมากหรือแบบไม่มีทิศทางที่แน่นอนก็ตาม ช่วยให้การถ่ายภาพแอคชั่นได้ภาพที่คมชัดและอยู่ในโฟกัสตลอดเวลา และยังสามารถกำหนดจุดโฟกัสเริ่มต้นได้ด้วยการแตะที่จอมอนิเตอร์ได้ทันทีช่วยให้การเลือกจุดโฟกัสทำได้เร็วขึ้น

การเลือกพื้นที่ในการโฟกัสแบบ Real-time Tracking สามารถเลือกพื้นที่ได้หลายรูปแบบทั้งแบบโซน เฉพาะกลางภาพ แบบ Flexible Spot ZS, M, L) แบบ Expanded Flexible Spot และแบบพื้นที่กว้าง ให้ความสะดวกในการถ่ายภาพแต่ละรูปแบบมากยิ่งขึ้น

ถ่ายภาพต่อเนื่อง ความเร็วสูง 11 ภาพต่อวินาที

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องของ a6400 ทำได้สูงมากถึง 11 ภาพต่อวินาทีในแบบ AF/AE ซึ่งเป็นผลมาจากระบบประมวลผลที่รวดเร็วและขนาดของหน่วยความจำ Buffer ขนาดใหญ่ในตัวกล้อง โดยสามารถถ่ายภาพได้มากถึง 116 ช็อตในไฟล์ JPEG (Standard) หรือ 46 ช็อตไฟล์ RAW แบบบีบอัดข้อมูล และในโหมดถ่ายภาพแบบเงียบยังสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 8 ภาพต่อวินาที (AF/AE) แม้จะใช้ในโหมด AF-C หรือ Real-time AF หรือ Real-time Tracking

จอมอนิเตอร์ LCD แบบทัชสกรีนรองรับ Touch Shutter

จอมอนิเตอร์ LCD ของ a6400 เป็นจอระบบทัชสกรีน ที่นอกจากจะใช้เลือกจุกโฟกัสและทำงานแบบ Touch Pad (เมื่อใช้ช่องมองภาพ) และ Touch Tracking ได้แล้วยังรองรับการทำงานของ Touch Shutter ด้วย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพเซลฟี่มากขึ้นโดยสามารถเลือกเปิดหรือปิดการทำงานของ Touch Shutter ได้จากเมนู

ปรับเปลี่ยนการทำงานของปุ่มต่างๆ ได้หลากหลาย

ปุ่มต่างๆ บนตัวกล้องและแป้นปรับด้านหลังของ a6400 สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นในแบบที่ต้องการหรือตามที่ต้องใช้งานบ่อยได้ นอกจากนี้ฟังก์ชันต่างๆ ยังสามารถที่จะ Assign ได้ทั้งแป้นปรับข้อมูลด้านหน้าและวงล้อด้านหลังด้วยฟีเจอร์ใหม่ My Dial ส่วน My Menu สามารถเลือกเมนูมาลงได้มากถึง 30 รายการ

Shutter AWB Lock

a6400 สามารถล็อคไวท์บาลานซ์แบบออโต้ให้คงที่ได้ (และสามารถปลดล็อคได้ตลอดเวลา) ซึ่งฟังก์ชันนี้จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องถ่ายภาพในที่มีแสงหลากหลายชนิดและถ่ายภาพจำนวนมากเพื่อให้สีของแต่ละภาพมีความสม่ำเสมอกัน ซึ่งมักจะเป็นปัญหาในการใช้ AWB โดยทั่วไปในสถานการณ์แบบนี้

บันทึกวิดีโอ 4K ด้วยฟีเจอร์ระดับโปร

โหมดมูฟวี่หรือการบันทึกวิดีโอของ a6400 สามารถใช้งานได้ในระดับจริงจังได้เลยเพราะสามารถบันทึกไฟล์วิดีโอได้ถึงระดับ 4K (QHHD : 3840 x 2160) ซึ่งเป็นคุณภาพระดับมืออาชีพด้วยการอ่านข้อมูลเต็มพิกเซลในโหมด Super 35 ที่ให้ขนาดข้อมูลสูงถึง 6K หรือมากกว่าที่คุณภาพระดับ 4K ต้องการไปถึงราว 2.4 เท่า แล้วจึงเอาท์พุทเป็นไฟล์วิดีโอ 4K จึงให้ไฟล์วิดีโอ 4K ที่คมชัดและเก็บรายละเอียดที่ดีได้อย่างครบถ้วน สามารถเลือกบันทึกในฟอร์แมท XAVC หรือ AVCHD ได้ เลือกความไวแสงได้สูงสุดถึง ISO 32000 โดยมีการเกิด Noise ที่ต่ำ

จุดเด่นอย่างมากในการบันทีกวิดีโอของ a6400 คือการโฟกัสที่เร็วในแบบ Fast Hybrid AF ที่สามารถจับโฟกัสได้เร็วและรักษาการโฟกัสที่วัตถุหรือ Tracking ได้อย่างต่อเนื่องนุ่มนวลโดยใช้การโฟกัสแบบเฟสดีเทคชั่นช่วยให้การโฟกัสมีความเสถียรตลอดการบันทึกวิดีโอ และยังคงการจับโฟกัสที่วัตถุนั้นแม้ว่าจะมีวัตถุอื่นผ่านด้านหน้า สามารถที่จะเลือกปรับความไวของการหา AF Tracking ได้จากเมนูรวมทั้งยังสามารถใช้การโฟกัสแบบ Touch Tracking ได้ด้วย (ต้องเลือกจากเมนูก่อน)

การทำงานของระบบวิดีโอรองรับการทำงานของ HDR หลากหลายยิ่งขึ้นกว่าเดิมรองรับการทำงานของมืออาชีพทั้ง S-log3 และ S-Gamut3 ที่ให้ช่วงไดนามิกที่กว้างถึง 14 สตอป พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ Picture profile แบบ HLG (Hybrid Log Gamma) ที่มีมาในตัวกล้องช่วยให้การบันทึกวิดีโอในสภาพแสงที่มีคอนทราสต์สูงให้รายละเอียดที่ครบถ้วนรวมทั้งสีสันที่ดี ที่ตัวกล้องมีช่องต่อไมโครโฟนภายนอกเพื่อการบันทึกเสียงที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการบันทึกวิดีโอทั้งแบบ Slow (สูงสุด 5x) และ Quick motion (สูงสุด 60x) ในตัวกล้อง และยังสามารถบันทึกวิดีโอระดับ HD ที่ 120fps เพื่อสร้างภาพโลว์โมชั่นคุณภาพสูงได้ในขั้นตอนหลังการถ่ายทำหรือ post-production รวมทั้งยังสามารถบันทึกวิดีโอแบบ Proxy ไปพร้อมกันเพื่อแชร์ไฟล์วิดีโอได้สะดวกและมีฟังก์ชัน Photo Capture แยกภาพนิ่งจากไฟล์วิดีโอได้ จอมอนิเตอร์สามารถปรับพลิกขึ้นได้ 180 องศาช่วยในการบันทึกวิดีโอใบหน้าของผู้ถ่ายทำและวางเฟรมตลอดจนการโฟกัสได้อย่างง่ายดายเมื่อต้องการบันทึกวิดีโอ Vlog

และใน a6400 นี้ยังได้เพิ่มฟังก์ชันใหม่คือการบันทึกภาพนิ่งต่อเนื่องแบบเป็นช่วงเวลา (สามารถเลือกช่วงเวลาห่างกันแต่ละภาพได้ 1-60 วินาที) เพื่อนำไปทำเป็น Time-lapse movie โดยใช้ app จาก Image Edge ได้ด้วย

Wi-Fi / NFC / QR Code และ Bluetooth ในตัว

a6400 มาพร้อมกับ Wi-Fi/NFC ในตัวและรองรับการสแกน QR Code ที่ให้ความสะดวกรวดเร็ว ในการเชื่อมต่อสำหรับการดูภาพ การถ่ายภาพระยะไกลและการโอนไฟล์ภาพนิ่งและวิดีโอ และยังมี Bluetooth ในตัวที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลของสถานที่ถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่น Sony’s Imaging Edge Mobile app

รองรับ Imaging Edge Desktop Applications และ Capture One for Sony

a6400 ออกแบบระบบตัวกล้องให้รองรับ Imaging Edge Desktop Applications เพื่อการทำงานในแบบรีโมทเพื่อควบคุมและถ่ายภาพผ่านการดูภาพบนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถทำงานในสตูดิโอได้ด้วย นอกจากนี้ไฟล์ RAW ยังรองรับการแปลงหรือ Develop ไฟล์ผ่านซอฟท์แวร์ Capture One Express for Sony ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ที่ให้ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี

มีเลนส์และอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้มากมาย

a6400 มีเลนส์และอุปกรณ์เสริมให้ใช้มากมายทั้งการถ่ายภาพนิ่งและบันทึกวิดีโอ ครอบคลุมทุกความต้องการ โดยมีเลนส์เมาท์ E ให้เลือกใช้ตั้งแต่เลนส์มุมกว้างไปจนถึงเลนส์เทเลโฟโต้ ที่มีระบบ OSS ช่วยลดการสั่นไหว แฟลชภายนอกกำลังแรง และอุปกรณ์เสริมในการบันทึกวิดีโอทั้งไมโครโฟนภายนอก XLR-K2M รีโมทคอนโทรล GP-VPT1 แท่นชาร์จแบตเตอรี่ BC-TRW และอีกมาก

ในการทดสอบ Sony a6400 ได้รับตัวกล้องมาพร้อมกับเลนส์ชุดคิท 16-50 mm F3.5-5.6 GM ตัวเดียว โดยไฟล์ภาพที่ถ่ายภาพมีทั้งไฟล์ RAW และ Jpeg (Extra Fine) ส่วนไฟล์วิดีโอเป็นฟอร์แมท XAVC และ AVCHD ทั้งในระดับ 4K และ FHD

การจับถือและการควบคุม

การจับถือบอดี้ของ a6400 จับถือได้ถนัดมือดีมากทีเดียวด้วยขนาดกริปที่กว้างและหนา จับถือได้สบายมือ  ขนาดตัวกล้องกะทัดรัด น้ำหนักเบา ทำให้พกพาได้สะดวกสบายมาก การถือถ่ายภาพนานๆ ก็ไม่เมื่อยล้า

การควบคุมปุ่มต่างๆ บนตัวกล้องใช้งานง่ายและสะดวกมาก ปุ่มต่างๆ ที่เซ็ทมาจากโรงงานถือว่าทำมาได้ดีแล้ว แต่หากต้องการเปลี่ยนฟังก์ชันอะไรบ่อยๆ ก็สามารถเซ็ทเองได้ ซึ่ง a6400 รองรับตรงนี้อยู่แล้วโดยผมเซ็ทเพิ่มเพียงแค่ 2 ปุ่มเพื่อเปลี่ยนโหมด AF ที่ปุ่ม C1 กับ WB ที่ปุ่ม C2 เท่านั้น จอทัชโฟกัสทำงานได้ดีมากรวมทั้งการใช้ในแบบ Touch pad ด้วย ซึ่งโดยส่วนตัวผมจะถนัดการใช้ช่องมองภาพมากกว่า การใช้ Touch pad จึงถูกใจมากเพราะเปลี่ยนจุดโฟกัสได้เร็ว การตอบสนองดีมาก

ช่องมองภาพ EVF ต้องบอกว่าดีมากๆ ให้ภาพคมชัดมองสบายตา ปรับแก้สายตาสั้นยาวได้มากเพียงพอสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้นหรือยาวที่จะถ่ายภาพโดยไม่ต้องสวมแว่น มียางรองตามาให้ด้วยสามารถถอดออกได้เมื่อต้องการพลิกจอมอนิเตอร์ขึ้น 180 องศา ช่องมองภาพมี Refresh rate สูงให้ภาพการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลและเป็นแบบ real-time เรียกว่าตลอดการใช้งานไม่พบว่าจะมี lag ให้รู้สึกเลย เหมาะอย่างมากกับการถ่ายภาพการเคลื่อนไหวเร็วๆ หรือบันทึกวิดีโอ การแสดงผลและเอฟเฟกต์ต่างๆ เป็นแบบ Real time เห็นผลได้ก่อนการถ่ายภาพ การโฟกัสแมนนวลทำได้ง่าย เมนูต่างๆ เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมเพราะใช้สไตล์แบบกล้องฟูลเฟรม สามารถเข้าเมนูได้เร็วและมีคำอธิบายทุกเมนู ช่วยให้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ประสิทธิภาพของระบบ


Real-time Tracking สามารถโฟกัสติดตามได้แม่นยำแม้วัตถุจะมีการเคลื่อนที่เร็วมากๆ และเป็นการเคลื่อนที่แบบทิศทางที่เปลี่ยนไปมาในทางโค้งรูปตัว S ก็ยังสามารถจับโฟกัสได้ทุกภาพ
Sony a6400, เลนส์ 16-50 มม. F/3.5-5.6, M, F/7.1, 1/1000 วินาที, ISO 800, Daylight WB, JPEG/X Fine

จากการที่ A6400 มีจุดเด่นอยู่ที่ Real-time Eye AF และ Real-time Tracking การลองใช้งานในครั้งนี้จึงเป็นการถ่ายภาพเคลื่อนไหวเป็นหลักทั้งภาพนิ่งและวิดีโอเพื่อทดสอบประสิทธิภาพด้านนี้ จากการลองใช้งานต้องยอมรับว่า a6400 ทำงานใน 2 ส่วนนี้ได้ดีจริง เร็วจริงและแม่นยำมาก การหา AF เร็วแบบแทบจะทันที การใช้ Real-time Tracking นั้นประทับใจมาก จับโฟกัสได้ต่อเนื่องและไม่พลาดเลยแม้ว่าวัตถุจะมีการเคลื่อนที่เร็วมากๆ และมีทิศทางที่ไม่อาจคาดเดาได้  ผมลองถ่ายภาพการขี่จักรยานเสือหมอบที่ต้องบอกว่าเร็วมากๆ หากเป็นกล้องที่จับโฟกัสได้ไม่ไว โอกาสพลาดมีไม่น้อย แต่กับ a6400 เมื่อกล้องจับโฟกัสได้แล้ว การ Tracking สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องไม่พลาดทุกช็อตจริงๆ โดยใช้การถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 11 ภาพต่อวินาที ส่วนการใช้ Real-time Eye AF นั้นแม่นยำ สามารถจับโฟกัสที่ดวงตาได้ตลอดเวลาแม้ว่าบุคคลนั้นจะหันหน้าไปทางอื่นในระยะเวลาสั้นๆ และมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา หรือแม้กับการถ่ายภาพย้อนแสงก็ยังตามโฟกัสติดตามดวงตาได้อย่างที่ต้องบอกว่าไม่พลาดจริงๆ

เรื่องการวัดแสงและไวท์บาลานซ์ทำได้ดีทั้ง 2 อย่างเพราะช่องมองภาพที่เห็นภาพแบบ Real time จึงไม่มีปัญหาในส่วนนี้เลย Auto WB เท่าที่ลองใช้พบว่าให้สีที่ดีและตรงกับหลากหลายชนิดแสง ยิ่ง เมื่อล็อค Auto WB ภาพที่ได้จะให้สีสม่ำเสมอกันทุกภาพจริง แต่ในการถ่ายภาพนิ่งผมมักจะเลือกใช้ WB เองตามชนิดแสง ส่วนการบันทึกวิดีโอจะเลือกใช้ AWB ซึ่งก็ให้ผลที่น่าพอใจมากทั้ง 2 แบบ

คุณภาพไฟล์ภาพ


การโฟกัสในที่แสงน้อยยังทำได้เร็วและแม่นยำ การเกิด Noise ต่ำแม้ใชhความไวแสงสูงถึง ISO 2000
Sony a6400, เลนส์ 16-50 มม. F/3.5-5.6, M, F/8, 1/8 วินาที, ISO 2000, Daylight WB, JPEG/X Fine


ภาพบุคคลให้สีผิวสวยงาม การเกิด Noise ไม่ปรากฏที่  ISO 800
Sony a6400, เลนส์ 16-50 มม. F/3.5-5.6, F/5.6, 1/40 วินาที, ISO 800, Daylight WB, JPEG/X Fine
นางแบบ: วาเรน (Warinthorn Naksingh)
ขอขอบคุณ World Camera สำหรับนางแบบและสถานที่ (Learning Center ลาดพร้าว)

คุณภาพไฟล์ภาพนิ่งที่ได้มาอยู่ในระดับดีแต่ทั้งนี้ต้องบอกก่อนว่าเป็นการใช้กับเลนส์คิท หากเป็นเลนส์ระดับโปรเชื่อว่าคุณภาพต้องดีกว่านี้แน่นอน แต่เท่าที่ได้ภาพมาจากเลนส์คิทก็ยอมรับว่าคุณภาพน่าพอใจ ให้ภาพที่คมชัดเก็บรายละเอียดได้ดี คอนทราสต์ การไล่ระดับโทน การแสดงสีต่างๆ ทำได้ดี ภาพดูนุ่มนวลสบายตา ให้สีตรงอย่างที่ต้องการ ความสดใสของภาพดีมาก ช่วงไดนามิกค่อนข้างกว้างมาก ไฟล์ภาพมีความยืดหยุ่นต่อการปรับแต่ง

การควบคุมการเกิด Noise ที่ความไวแสงต่างๆ ไม่ได้ลองทุกความไวแสง ใช้สูงสุดที่ ISO 6400 เท่านั้นซึ่งก็เพียงพอแล้วกับการถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอทั่วๆ ไป เท่าที่ลองใช้พบว่าที่ ISO 100-400 นั้นให้คุณภาพดี การเกิด Noise ไม่ปรากฏหรือจะสังเกตได้เลย ที่ ISO 800-1600 ภาพยังดีแม้จะเริ่มมี Noise ปรากฏให้เห็นบ้างเมื่อถ่ายภาพในที่แสงน้อยมากๆ แต่ถือว่ายังใช้งานได้ดีในช่วงความไวแสงนี้ ที่ ISO 3200-6400 ช่วงความไวแสงสูงที่ใช้ถ่ายภาพไปพอสมควร การเกิด Noise มีให้เห็นในมากขึ้นแต่ยังถือว่าใช้งานได้ สีสันและรายละเอียดของภาพยังดี โดยส่วนตัวค่อนข้างมั่นใจที่ ISO 3200 ส่วนที่ ISO 6400 ก็ใช้งานได้โดยเฉพาะกับการบันทึกวิดีโอ

การใช้งานวิดีโอ

การทดลองใช้งานวิดีโอของ a6400 ใช้ไปพอสมควรเพื่อดูการทำงานของ Real-time Tracking  ผลที่ได้ยอมรับว่าประทับใจมาก ยิ่งกับการบันทึกวิดีโอในที่แสงน้อยนั้นให้ภาพที่คมชัด สีสันดีมาก เคลื่อนไหวนุ่มนวลและมีการสั่นไหวน้อย การแสดงผลบนจอมอนิเตอร์และในช่องมองภาพไม่มี lag ให้เห็นเลย การโฟกัสไม่วืดวาด จับโฟกัสได้แม่นและแน่นอนจริงๆ มั่นใจได้เลยสำหรับ Vlogger

การบันทึกแบบ Slow motion และ Quick motion ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและให้ผลที่ดี ใช้งานสนุก การลองบันทึกวิดีโอทั้งหมดเป็นการถือกล้องด้วยมือเปล่า ไฟล์วิดีโอที่ได้มาถือว่านิ่งพอสมควร บางไฟล์นิ่งราวกับใช้ขาตั้ง แต่ทั้งนี้ผมจะเซ็ทการทำงานของการบันทึกวิดีโอไปที่ปุ่มชัตเตอร์เพราะสะดวกในการกดบันทึกและหยุดการบันทึกมากกว่า เมนูของโหมดบันทึกวิดีโอมีรองรับมากสำหรับการตัดต่อ สามารถใช้งานได้ไม่ยาก แต่การทดสอบในครั้งนี้ไม่ได้ปรับอะไรเพิ่มทั้งนี้เพื่อต้องการดูไฟล์วิดีโอแบบไม่ปรับว่าจะเป็นอย่างไร

การบันทึกเสียงจากไมโครโฟนในตัวให้เสียงที่ดีตามระดับของไมโครโฟนในตัว มีความไวของการบันทึกพอพอสมควร เสียงชัดเจนดี หากไม่ต้องการบันทึกเสียงก็ปิดการบันทึกเสียงได้จากเมนู

a6400 เป็นกล้อง Mirrorless ที่น่าใช้มากโดยเฉพาะเรื่องการโฟกัส แทบไม่มีภาพที่พลาดเลย ยิ่งการบันทึกวิดีโอยิ่งดีมากๆ เหมาะเป็นกล้องที่ใช้งานทั้งภาพนิ่งและบันทึกวิดีโอ โดยเฉพาะการใช้งานเพื่อทำ Vlog จะเหมาะมาก จัดเป็นกล้อง Mirrorless APS-C ที่คุ้มราคามากที่สุดตัวหนึ่ง…

 

 

Share: